เพราะดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ

            'ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ' สิ่งที่สะท้อนออกจากดวงตานั้นก็คือพลังที่มาจากจิตใต้สำนึกที่สะสมพลังงานความรู้สึกเป็นร้อยเป็นพันภพชาติ โดยจะสะท้อนเรื่องราวในอดีต ปัจจุบันและสามารถพยากรณ์ไปถึงอนาคตได้ (เท็จจริงประการใดเชื่อว่าหลายท่านคงเคยทดสอบมาแล้วจากกิจกรรมพยากรณ์จากดวงตากับอาจารย์โจ)


พยากรณ์จากดวงตา

            ออกตัวก่อนว่าผมไม่ได้โอ้อวดในความแม่นยำ แค่อยากจะบอกว่าปัญหาที่สะท้อนจากแววตานั้นคือปัญหาที่เจ้าตัวกำลังสับสน ปัญหาที่ตัวเองอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังผชิญอยู่ แต่สัญชาตญาณการป้องกันตัวเองบอกว่า 'เดี๋ยวเราจะดีขึ้น' สมองจึงสร้างกระบวนการทางความคิดทำให้เราหลอกตัวเอง ปล่อยปละละเลยและคิดว่ามันคือ 'การปลง'
            เวลามีปัญหา 'จิต' จะจดจ่ออยู่กับปัญหาทำให้กระบวนการคิด อารมณ์และความรู้สึกสับสน ลำดับการคิดจะเหมือนคอขวดที่ไม่โปร่ง หัวมันจะตันๆตื้อๆ คุยกับตัวเองไม่รู้เรื่อง ทำให้ขาดสมาธิในการสื่อสาร ส่งผลต่อสภาวะทางอารมณ์ คิดว่านี่คือสิ่งที่ฉันกำลังเป็น ทว่าแท้จริงแล้วมันไม่ใช่เลย มันเป็นเพียงกลไลในการปกป้องตัวเองเพราะตัวเองรู้สึกสับสนและอ่อนแอ
            คนที่ดูสดสวยดูมั่นใจแท้จริงแล้วอาจจะไม่มั่นใจเลย คนที่ดูเข้มแข็งแท้จริงแล้วอาจเป็นเพียงเกราะป้องกันตัวเอง ซ่อนความอ่อนแอ ซ่อนปมปัญหาที่เจ็บปวดเอาไว้ อาการเหล่านี้ทำให้เกิดความครึ่งๆกลางๆ ตัดสินใจไม่ได้ มักจะโดนหลอกง่ายๆ มีพฤติกรรมที่ทำอะไรแปลกๆ ใช้เงินเก่ง กินเก่ง บ้าบุญ บ้าความเชื่อ ศรัทธาและงมงายอะไรเกินความจริง
            ผมอยากจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังครับ แต่ไม่ได้ว่าหรือตำหนิใครทั้งนั้น นี่คือบางส่วนของพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเรากำลังมีปัญหา แล้วปัญหานั้นส่วนใหญ่มันมาจากความรัก การเงิน เรื่องต่างๆรายล้อมรอบตัว หากคุณเข้มแข็งหรือถึงเวลาของคุณ คุณอาจจะเปลี่ยนแปลงได้
            ในบางครั้งคุณอาจจะรู้ไม่เท่าทันอารมณ์หรืออาจมีปัญหาทางจิต คุณไม่อาจที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตัวคุณเอง ดังนั้นอย่าปล่อยให้ตัวเองไปถึงจุดที่ยากต่อการเปลี่ยนแปลง ยิ่งยากต่อการเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ คุณก็ต้องจ่ายมากยิ่งขึ้น ไม่ได้หมายถึงจ่ายด้วยเงินทอง แต่คุณต้องแลกด้วยการสูญเสียความสุข เสียความสัมพันธ์ที่ดี... ด้วยรักและศรัทธา