8 ความเชื่อที่ควรเปลี่ยน!!!

            เรียนจบสูงๆ... ทำงานเป็นเจ้าคนนายคน... แต่งงานมีลูก... เก็บเงินเตรียมเกษียณ... เหล่านี้คือความเชื่อและค่านิยมที่ถูกถ่ายทอดมาหลายต่อหลายรุ่นเหมือนสูตรสำเร็จของการมีชีวิต แต่ใครบ้างที่ทำตามสูตรสำเร็จนี้ได้แล้วมีความสุขจริงๆ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ควรจะปรับและเปลี่ยนค่านิยมบางอย่างนี้ไป


ความเชื่อที่ควรเปลี่ยน

1. แต่งงานก่อนอายุ 30
            การแต่งงานควรจัดเมื่อมีความพร้อมจริงๆแล้วเท่านั้น อย่าใช้เกณฑ์เรื่องอายุที่คิดขึ้นมาเองเป็นตัวกำหนดว่าควรแต่งเมื่อไหร่ เพราะบางครั้งมันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องใช้ความพร้อม ความลงตัว หากฝืนเร่งรีบเพราะกลัวว่าอายุแตะเลข 3 จะกลายเป็นการดันทุรังให้ชีวิตคู่ต้องพังทลายลง

2. เกษียณด้วยเงินล้าน
            เมื่อถึงวัยเกษียณก็อยากจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย มีเงินมีทองเหลือกินเหลือใช้ ดังนั้นในขณะที่ยังมีแรงทำงานอยู่จึงพยายามขวนขวายหาเงินมาเก็บเป็นหลักแสนหลักล้าน แต่กลับไม่เคยหาความสุข ความภาคภูมิใจและความทรงจำดีๆเก็บไว้เลย เมื่อถึงวัยเกษียณชีวิตจะมีเพียงความว่างเปล่า

3. จงเป็นเจ้าของธุรกิจ
            การประสบความสำเร็จจากการเป็นเจ้าของธุรกิจที่ยืนหยัดด้วยลำแข็งตัวเองเป็นเรื่องน่าชื่นชมยินดี แต่จงอย่าเป็นแค่เจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเพียงฝ่ายเดียว เมื่อมีโอกาสจงเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นด้วย แบบนี้ถึงจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

4. ตกหลุมรักคนที่มีหน้าตาดี
            เมื่อเวลาผ่านไปรูปร่างหน้าตาที่เคยดูดีก็จะหมดอายุตามไปด้วย ต่อให้วิวัฒนาการทางการแพทย์ล้ำหน้าแค่ไหนสุดท้ายก็รั้งเอาไว้ไม่อยู่ แต่คุณงามความดีและจิตใจอันบริสุทธิ์จะไม่มีวันเสื่อมสลาย ดังนั้นความรักที่ยึดติดกับรูปร่างหน้าตาอาจจะหมดลงเมื่อเวลาผ่านไป

5. ทำให้พ่อแม่ภูมิใจกับจำนวนเงินที่หาได้
            ความภาคภูมิใจในฐานะคนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่ใช่การเห็นลูกมีเงินทองมากมายเป็นภูเขาเลากา มีบ้านหลังใหญ่โตเป็นคฤหาสน์ มีรถหรูคันละหลายสิบล้าน แต่การได้เห็นลูกใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่างหากที่ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่รู้สึกมีความสุขและภาคภูมิใจ

6. มีเพื่อนเยอะๆ
            คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ การมีเพื่อนเยอะๆเป็นร้อยเป็นพันคนแต่ไม่มีใครจริงใจกับเรา เทียบอะไรไม่ได้เลยกับการที่เรามีเพื่อนแท้ที่พร้อมจะฟันฝ่าไปกับเราเพียงแค่คนเดียว ดังนั้นการเลือกคบหาเพื่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อนบางคนสามารถคบหาสนิทสนมได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

7. หาความสุขกับของหรูหรา
            ความสุขที่เกิดจากการครอบครองสิ่งของหรูหรานั้นเป็นเพียงการเติมเต็มความรู้สึกหลงใหล สิ่งของหรูหราฟุ่มเฟือยอาจเติมเต็มความรู้สึกบางอย่างได้ชั่วคราว แต่การใช้ประโยชน์จากสิ่งของธรรมดาๆในชีวิตที่ขาดไม่ได้ต่างหากถึงจะเป็นความสุขที่แท้จริง หาใช่สินค้าหรูหราฟุ่มเฟือยไม่

8. หาใครซักคนที่คุณจะอยู่ด้วย
            บางครั้งสิ่งที่เราชอบอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมกับตัวเรา ในรายของคนก็เช่นกัน อย่าคิดจะหาใครซักคนที่อยากอยู่ด้วยโดยตัดสินจากความชอบเพียงอย่างเดียว แต่ควรจะหาใครซักคนที่คุณรู้สึกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเขา คนแบบนี้แหละที่เหมาะและมีค่าสำหรับคุณจริงๆ